ชื่อผู้ใช้  
รหัสผ่าน  
        
                                    สมัครสมาชิก
 
 
Thrifty Car Rental
 
 

     1. ภายในองค์กร
         1.1 ความสามัคคี มีวินัย ของตำรวจ
               
มีการเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ และปฏิญาณตน มีการฝึกทบทวนทุกวันพุธของสัปดาห์ มีการอบรมโครงการความรู้คู่คุณธรรม มีการจัดตั้งคณะกรรมการตำรวจชั้นประทวนจากทุกฝ่าย สำหรับประสานงานระหว่างฝ่ายต่างๆ กับผู้บังคับบัญชา เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของ ตำรวจชั้นผู้น้อย
         1.2 สวัสดิการและขวัญกำลังใจ
               
จัดให้มีอาหารกลางวันเลี้ยงข้าราชการตำรวจ จัดตั้งร้านค้าสวัสดิการ จัดตั้งชมรมแม่บ้านตำรวจ จัดเงินช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่ ต้องเช่าที่พักอาศัย และมีการมอบใบประกาศให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่นทุกเดือน
         1.3 การพัฒนาทางกายภาพ
               
ปรับปรุงที่ทำการ สน.ประชาชื่น ปรับปรุงห้องประชุม จัดสร้างห้องปฏิบัติการสายตรวจ ปรับปรุงห้องน้ำ และปรับปรุงลานจอดรถ และลานหน้า สน.ประชาชื่น

     2. ภายนอกองค์กร
         
2.1 งานด้านป้องกันปราบปราม
               
จัดสายตรวจทางเรือ จำลองสถานการเจรจาต่อรองช่วยเหลือตัวประกัน โครงการฝากบ้านกับตำรวจ จัดอบรมโครงการอาสาสมัคร ตำรวจชุมชน และจัดทำโครงการเพื่อนบ้านเตือนภัย
         2.2 ด้านการป้องกันการแพร่ของยาเสพติด
               
โครงการดนตรีเป็นสื่อต้านยาเสพติด โครงการค่ายเยาวชนต้านยาเสพติด โครงการโรงเรียนสีขาว โครงการตำรวจชุมชนอาสา โครงการประกวดวาดภาพต้านภัยยาเสพติด โครงการลานกีฬาต้านยาเสพติด และจัดชุดปฏิบัติการดำเนินการเกี่ยวกับยาเสพติด
         2.3 การแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน
               
โครงการเคาะประตูบ้าน โครงการตรวจเยี่ยมผู้นำชุมชน โครงการตรวจเยี่ยมผู้นำศาสนา โครงการประชาร่วมใจป้องกันภัยอาชญา- กรรมและยาเสพติด มีการจัดทำวารสารประชาชื่นทูเดย์เพื่อประชาสัมพันธ์การปฏิบัติหน้าที่ของ สน.ประชาชื่น และมีโครงการเพื่อนบ้านเตือนภัย
         2.4 ด้านการจราจร
               
โครงการมุมจราจรเพื่อประชาชนมีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงช่องทางเดินรถทางวิทยุกระจายเสียงต่างๆ เช่น จส. 100 FM 95.0 และสวพ. 91

     3. โรงพักเพื่อประชาชน
         
ปรับบทบาท ค่านิยม จิตสำนึก ของข้าราชการตำรวจ จากผู้ปกครองมาเป็นผู้ให้บริการ และสามารถร่วมทำงานกับประชาชนได้ การให้ บริการประชาชนแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว (one stop service) จัดทำป้ายแสดงขั้นตอน และระยะเวลาการดำเนินงานให้บริการประชาชนในแต่ ละเรื่อง จัดที่นั่งพัก มีน้ำดื่ม หนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์บริการประชาชน การเปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ของตำรวจ จัดให้มีตู้รับความคิดเห็นของประชาชน และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย และการบริหารงานของตำรวจ โดย คณะกรรมการ กต.ตร.สน.

สถานภาพอาชญากรรมในปี พ.ศ.2547 สรุปผลคดีต่างๆ มีแนวโน้มลดลงทุกกลุ่มยกเว้นกลุ่มที่ 2 กลุ่มชีวิตร่างกายซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากกฎหมาย รัฐธรรมนูญที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถจับกุม ตามที่ผู้เสียหายชี้ให้จับกุมได้ฉะนั้นคดีทำร้ายร่างกาย จึงต้องรับแจ้งไว้ก่อนทำให้เลขคดี สำนวนเพิ่มขึ้นในปี 2547 และคดีที่ต้องทำการป้องกัน และปราบปรามกลุ่มคดีเกี่ยวกับทรัพย์และยาเสพติด และต้องปรับแผนการปฏิบัติไปตาม สถานภาพของอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางดังต่อไปนี้

     1. ด้านการป้องกันปรามปรามคดีเกี่ยวกับทรัพย์สิน
         
1.1 ตั้งจุดตรวจค้นตามจุดต่างๆ เพื่อเป็นการป้องกันการกระทำความผิดคดีอาญาเกี่ยวกับ ลัก วิ่ง ชิง ปล้น
         1.2 ตรวจยึดรถต้องสงสัย เช่น รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ ที่อาจได้มาจากการกระทำความผิดและอาจใช้ในการกระทำความผิด เพื่อเป็น การป้องกันและปราบปราม
         1.3 จัดทำโครงการเพื่อนบ้านเตือนภัย โดยแนวทางเป็นในรูปแบบการช่วยกันเป็นหูเป็นตาและ การเดินประชาสัมพันธ์เตือนภัยแจ้งภัย ใน รูปแบบต่างๆ การเดินไปตามซอย และพบเห็นรถจอดหน้าบ้าน และทิ้งกระเป๋าถือไว้ในรถ เจ้าหน้าที่สายตรวจ และเจ้าหน้าที่ ตชส. จะกดกริ่งแจ้ง ข่าว อาจถูกทุกกระจกรถเอากระเป๋าถือไปทำให้ทรัพย์สินเสียหาย
         1.4 จัดอบรมอาสาสมัครตำรวจชุมชน เดินตรวจตามชุมชน และตามหมู่บ้าน ในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เพื่อป้องกัน และปราบปราม อาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์สิน โดยได้มีผู้เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาสาสมัครตำรวจชุมชน จำนวน 200 คน
         1.5 วางแผนการตรวจ ก่อนสายตรวจออกปฏิบัติหน้าที่ จะมีการประชุมสรุปสถานภาพอาชญากรรมในแต่ละวันในแต่ละผลัด โดยจะมีการ ประสานข้อมูลอาชญากรรม จากหัวหน้าสายตรวจ ในผลัดเช้า ผลัดบ่าย ผลัดดึก เพื่อปรับแผนการป้องกันอาชญากรรมตามสถานภาพการเกิด อาชญากรรมในแต่ละวัน
         1.6 เน้นไปถึงที่เกิดเหตุโดยเร็ว เพื่อเป็นการยับยั้งความเสียหายและปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิด

     2. การป้องกันการแพร่ระบาดและปราบปรามยาเสพติด
         
2.1 จัดตั้งอาสาสมัครตำรวจประจำชุมชน
         2.2 รณรงค์ ป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยการจัดอบรมโครงการต่างๆ เช่น โครงการเยาวชนอาสาแก้ปัญหายาเสพติด โครง- การเยาวชนแกนนำ โครงการฟุตบอลเยาวชนนครบาลลีก โครงการรับข้อมูลข่าวสารทางโทรศัพท์ และโครงการสมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม

     3. ด้านการปราบปราม
         
มีการจัดตั้งชุดเฉพาะกิจ เพื่อปราบปรามยาเสพติดโดยเฉพาะ จัดตั้งชุดปราบปรามรถจักรยานยนต์หาย มีการมอบรางวัลผลการจับกุมดีเด่น การปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น โดยหาเงินรางวัลเพิ่มเติม นอกจากรางวัลที่รัฐบาลจัดให้สรุปสถานภาพ อาชญากรรม คดี 5 กลุ่ม ของ สน.ประชาชื่น

         กลุ่มที่ 1 คดีอุกฉกรรจ์ และสะเทือนขวัญ
เมื่อปี พ.ศ.2545 กลุ่มคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ มีค่าเฉลี่ย 12 เดือนคือ 6.96 หรือประมาณ 7 คดี แต่เมื่อมาถึงปี พ.ศ.2546 ปรากฏว่า กลุ่ม คดีอุกฉกรรจ์ และ สะเทือนขวัญมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6 แสดงว่ามีแนวโน้มลดลงจากเดิม อาจจะเนื่องมาจากการที่รัฐบาลมีมาตรการปราบปรามยา- เสพติดและผู้มีอิทธิพลรวมทั้งมือปืนรับจ้าง ทำให้สถานภาพอาชญากรรมของคดีในกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะลดลง ประกอบกับเมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2546 รัฐบาลมีมาตรการในการนำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนที่ผิดกฏหมายมามอบให้กับราชการ ซึ่งประชาชนนำมามอบให้กับราชการจำนวนมาก ส่งผลให้คดีมีแนวโน้มลดลง
         แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ดำเนินมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลที่ได้ออกมาบังคับใช้อย่างเข้มงวดเพื่อเป็นการตัดโอกาสใน การกระทำผิดของคนร้าย

         กลุ่มที่ 2 คดีประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกายและเพศ
เมื่อปี พ.ศ. 2545 คดีในกลุ่มนี้มีค่าเฉลี่ย 12 เดือนคือ 60.96 หรือประมาณ 61 คดี ซึ่งในปี พ.ศ. 2546 ที่ผ่านมาเมื่อพิจารณาภาพรวมแล้วปรากฏ ว่าคดีในกลุ่มนี้ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.04 คดี หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2 คดี แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น โดยความผิดเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายมีมาก ขึ้น สาเหตุคงมาจากการที่รัฐบาลมีมาตรการปราบปราม ยาเสพติดอย่างเข้มงวดทำให้หาซื้อยาเสพติดได้ยาก ทำให้ผู้เสพหันมาดื่มสุราและเครื่อง ดื่มที่มีแอลกอฮอล์ประเภทต่างๆ แทนยาเสพติด ซึ่งเมื่อเกิดอาการมึนเมาก็ก่อเหตุทำร้ายร่างกายขึ้น และผลของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาในกรณีมีผู้เสียหายชี้และยืนยันให้จับกุม ทำให้ต้องรับคำร้องทุกข์ไว้ก่อน แทนที่จะสามารถเจรจา ตกลงยอมความกันได้ในบางเรื่อง ส่งผลให้คดีในกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
         แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหา เน้นมาตรการการตีวงสุราให้แตก โดยเน้นกลุ่มวัยรุ่นที่จับกลุ่มดื่มสุราในบริเวณที่สาธารณะ

         กลุ่มที่ 3 คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์
ในปี พ.ศ.2545 คดีกลุ่มนี้มีค่าเฉลี่ย 12 เดือน เท่ากับ 132.96 หรือประมาณ 133 คดี ซึ่งเมื่อพิจารณาในปี พ.ศ.2546 คดีกลุ่มนี้มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 13.04 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 13 คดี ซึ่งแสดงว่าคดีกลุ่มนี้มีแนวโน้มสูงขึ้น สาเหตุก็เนื่องมาจากการที่รัฐบาลมีมาตรการปราบปรามยาเสพติด ทำให้ ผู้ค้าผู้ขายขาดอาชีพเนื่องจากหาของมาขายได้ยาก และผู้เสพต้องหาเงินมากขึ้นเนื่องจากยาเสพติดมีราคาแพงขึ้น จึงหันไปก่อเหตุประทุษร้ายต่อ ทรัพย์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์
         แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหา มีมาตรการ ติดตาม เฝ้าระวัง บุคคลที่เคยมีพฤติการณ์ประทุษร้ายต่อทรัพย์ของผู้อื่น และผู้ที่มี พฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จัดทำสถิติและวิเคราะห์สถิติคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ มีการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบเป็นพื้นที่ย่อยนอก จากเขตตรวจปกติให้สายตรวจเข้าไปดูแล โดยเพิ่มความถี่ในการป้องกันเหตุในช่วงที่เกิดเหตุบ่อยครั้งตามที่ปรากฏตามสถิติ ใช้มาตรการตั้งจุด ตรวจค้นตามจุดต่างๆ และตรวจยึดรถต้องสงสัย เพื่อเป็นการป้องกันการกระทำความผิดคดีอาญาเกี่ยวกับลัก วิ่ง ชิง ปล้น จัดทำโครงการเพื่อนบ้าน เตือนภัย จัดอบรมอาสาสมัครตำรวจชุมชน เดินตรวจตามชุมชนและตามหมู่บ้าน ในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ วางแผนการตรวจ ก่อนสายตรวจออก ปฏิบัติหน้าที่ และประชุมสรุปสถานภาพอาชญากรรมในแต่ละวัน ในแต่ละผลัด มีการปรับแผนการป้องกันอาชญากรรม ตามสถานภาพ อาชญากรรม ในแต่ละวัน และเน้นไปถึงที่เกิดเหตุโดยเร็ว เพื่อเป็นการยับยั้งความเสียหาย และปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิด

         กลุ่มที่ 4 คดีที่น่าสนใจ
กลุ่มคดีที่น่าสนใจ เช่นกลุ่มคดีเกี่ยวกับการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ฯลฯ ในปี พ.ศ.2545 มีค่าเฉลี่ย 12 เดือน เท่ากับ 90 หรือคดีเกิด 90 คดี แต่เมื่อพิจารณาในปี พ.ศ. 2546 มีค่าเฉลี่ยลดลง 51 แสดงว่าในกลุ่มคดีที่น่าสนใจมีแนวโน้มลดลง สาเหตุที่ลดลงเนื่องมาจาก สน.คลองตัน ได้มีมาตรการป้องกันการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการตั้งจุด ว.43 เพื่อสกัดเส้นทางในการกระทำผิดของคนร้าย จึงทำให้สถิติคดีลดน้อยลง
         แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ใช้มาตรการในการติดตามเฝ้าระวัง จับตาดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เคย กระทำผิด และเฝ้าติดตามดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้เสพที่ไม่ได้ประกอบอาชีพ ใช้มาตรการตรวจตราร้านซ่อมรถต่างๆ ที่มีพฤติการณ์ในการรับ ซื้อของโจร เพื่อป้องกันมิให้กลุ่มบุคคลที่ชอบก่อเหตุมีโอกาสในการกระทำผิดได้ ใช้มาตรการประชาสัมพันธ์ตามหอพัก อพาร์ทเม้นท์ และบริษัท ห้างร้านต่างที่มีรถจักรยานยนต์จอดอยู่ ให้มีการจัดระเบียบการจอดรถให้รัดกุม และแนะนำการรักษาความปลอดภัยทรัพย์สิน

         กลุ่มที่ 5 คดีที่รัฐเป็นผู้เสียหาย
ในปี พ.ศ.2545 กลุ่มคดีที่รัฐเป็นผู้เสียหาย มีค่าเฉลี่ย 12 เดือนเท่ากับ 1587.6 เมื่อพิจารณาภาพรวมในปี พ.ศ. 2546 คดีนี้มีค่าเฉลี่ยลดลง 475.6 คดี หรือประมาณ 476 คดี แสดงว่าคดีในกลุ่มนี้มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากรัฐบาลมีมาตรการต่างๆ ออกมาให้ สน.ปฏิบัติ อย่างเข้มงวด เช่น มาตรการปราบปรามยาเสพติด มาตรการปราบปรามผู้มีอิทธิพล และมือปืนรับจ้าง มาตรการกวาดล้างอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนฯ ทำให้ผู้ กระทำผิดถูกจับไปมากมีผู้กระทำผิดน้อยลง โดยเฉพาะยาเสพติดจากการที่รัฐบาลประกาศสงคราม ยาเสพติดทำให้ สน.คลองตัน ใช้มาตรการขั้น เด็ดขาดกับผู้ค้า ผู้ขาย และผู้เสพอย่างเต็มที่ทำให้ผู้กระผิดในคดียาเสพติดลดน้อยลง หรือบางชุมชนหมดสิ้นไปจากชุมชน
         แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ใช้มาตรการในการกวดขันจับกุมคดี พ.ร.บ.อื่นๆ ที่เป็นคดีที่รัฐเป็นผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอย่างเต็มที่ เช่น พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง พ.ร.บ.การพนัน เป็นต้น